การรักษารอยย่นบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้ว



การรักษารอยย่นบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้ว

    หลังทำความรู้จักกับโบท็อกซ์กันไปแล้ว ทีนี้ลองมาดูการใช้โบท็อกซ์เพื่อเสริมความงามแต่ละส่วนกันบ้างนะคะ ใครที่กำลังสนใจอยากลดริ้วรอย ยกกระชับ หรือรักษาส่วนไหน จะได้รู้ข้อมูลว่าทำอะไรได้บ้าง เริ่มจากหน้าผากกันก่อนเลยค่ะ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงอารมณ์ได้ชัดเจน ไม่ว่าจะตอนใช้ความคิด เครียด จริงจัง หรือโกรธ ทุกการแสดงออกล้วนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากหดตัวจนเกิดเป็นรอยย่นทั้งสิ้น พออายุมากขึ้น ผิวบริเวณดังกล่าวก็กลายเป็นรอยย่นถาวรในที่สุด ซึ่งนอกจากจะเห็นชัดเจนแล้ว ยังเป็นการสื่ออารมณ์เชิงลบอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย เช่น ดูหงุดหงิดหรือโมโหอยู่ตลอดเวลา ตามตำราแล้วคงเรียกว่าโหงวเฮ้งไม่ดี ไม่รับทรัพย์ ไม่มีคนเมตตาอุปถัมภ์แน่นอนค่ะ

    รอยย่นบริเวณหน้าผากคือ ริ้วรอยส่วนที่พาดขวางกลางหน้าผากหลาย ๆ เส้น โดยเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อฟรอนทาลิส (Frontalis Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบริเวณด้านหน้าศีรษะที่มีหน้าที่หลักในการยกหรือเลิกคิ้ว โบท็อกซ์มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงในการรักษารอยย่นบริเวณหน้าผาก แต่ผลที่ได้คงต้องขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละราย คนไข้บางรายที่มีรอยย่นปรากฏอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ากล้ามเนื้อจะหดตัวหรือคลายตัว หรือที่เรียกว่ารอยพับถาวร การฉีดโบท็อกซ์สามารถช่วยบรรเทาริ้วรอยให้ดูจางลงได้ แต่อาจได้ผลดีไม่เท่าคนไข้ที่ไม่ได้มีริ้วรอยปรากฏอยู่ตรงหน้าผากตลอดเวลา

    สำหรับการรักษารอยย่นบริเวณหน้าผาก หมอจะทำการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อฟรอนทาลิสบริเวณส่วนกลางหน้าผากเป็นหลัก และฉีดเพิ่มบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งอีกเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้ออ่อนแอ ลดการหดตัวที่ทำให้เกิดรอยย่น

    รอยย่นระหว่างคิ้วคือ รอยที่เกิดจากการขมวดคิ้ว มีลักษณะสื่อให้เห็นถึงความเครียด เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อโปรเซอรัส (Procerus) กล้ามเนื้อคอร์รูเกเตอร์ ซูเปอร์ซิลิไอ (Corrugator Supercilii) และกล้ามเนื้อดีเพรสเซอร์ ซูเปอร์ซิลิไอ (Depressor Supercilii) ซึ่งช่วยกันดูแลการเคลื่อนไหวบริเวณคิ้ว ทั้งการดึงหัวคิ้วขึ้นลงและดึงเข้าบริเวณกึ่งกลาง มีผลทำให้เกิดรอยย่นทั้งแนวตั้งและแนวขวางตรงผิวหนังบริเวณโคนจมูก ระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง 

    การใช้โบท็อกซ์บริเวณหัวคิ้วมีลักษณะคล้ายกับการรักษารอยย่นบริเวณหน้าผากคือ ถ้าเป็นรอยพับถาวร การรักษาย่อมทำได้ยากกว่าคนไข้ที่มีริ้วรอยปรากฏเฉพาะตอนกล้ามเนื้อหดหัว แพทย์ต้องเลือกฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อมัดที่เหมาะสมเพื่อหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยต้องพิจารณาแล้วแต่กรณีหรือความต้องการของคนไข้แต่ละราย การฉีดโบท็อกซ์เพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนในบริเวณระหว่างคิ้ว เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ จึงต้องฉีดหลายครั้ง หรือฉีดซ้ำทุก 4 เดือน

    เป้าหมายการรักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ คือ การหยุดการคลายตัวของกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้เกิดรอยย่น แต่การฉีดโบท็อกซ์ปริมาณมาก ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนะคะ ข้อควรระวังที่สุดของการฉีดโบท็อกซ์รักษารอยย่นบริเวณหน้าผากและระหว่างคิ้วคือ อาการคิ้วตก (Eyebrow Ptosis) ซึ่งเกิดจากฉีดโบท็อกซ์ปริมาณมากเกินไป หรือฉีดใกล้คิ้วเกินไป จึงไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณส่วนล่างของกล้ามเนื้อฟรอนทาลิส หมอโอ๋แนะนำให้ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ จะได้เลือกใช้ปริมาณยาเหมาะสม เลือกตำแหน่งให้ถูกต้อง และเริ่มฉีดปริมาณน้อยก่อนเพื่อป้องกันอาการคิ้วตก

การยกคิ้ว (Brow lift)

    มีโฆษณาสินค้าตัวหนึ่งทำเอาพูดกันติดปากทั่วบ้านทั่วเมืองว่า คิ้วคือมงกุฏของใบหน้า หมอโอ๋ว่าค่อนข้างจริงเลยค่ะ เพราะคิ้วมีผลอย่างมากต่อองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้า ตำแหน่งและรูปคิ้วที่สวยงามมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูดีได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าคิ้วผิดรูปหรืออยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้ใบหน้าดูไม่สวยงามเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่น คนไข้ที่มีอาการคิ้วตกอาจทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่มีลักษณะคิ้วยกสูงก็อาจมีส่วนช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนวัยขึ้นได้ เป็นต้น การดูแลรักษารูปและตำแหน่งคิ้วให้เข้ากับองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และที่สำคัญคือ โบท็อกซ์ช่วยได้ค่ะ 

    หมอโอ๋พูดถึงกล้ามเนื้อที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวบริเวณคิ้วและหน้าผากไปแล้วนะคะว่าประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อฟรอนทาลิส กล้ามเนื้อคอร์รูเกเตอร์ ซูเปอร์ซิลิไอ กล้ามเนื้อดีเพรสเซอร์ ซูเปอร์ซิลิไอ และกล้ามเนื้อโปรเซอรัส นอกจากนี้ก็ยังมีกล้ามเนื้อออบิคิวลาริส ออกคูไล (Orbicularis Oculi) หรือเรียกอีกชื่อว่ากล้ามเนื้อหลับตา ซึ่งอยู่รอบดวงตาของเรา เมื่อหดตัวก็จะทำให้เราหลับตา ในบรรดากล้ามเนื้อที่พูดมาทั้งหมดนี้ มีแค่กล้ามเนื้อฟรอนทาลิสตัวเดียวเลยค่ะที่ช่วยยกคิ้วให้สูงคิ้ว ส่วนกล้ามเนื้อมัดอื่น ๆ ดึงลงในทางตรงกันข้ามหรือดึงเข้าหาโคนจมูกกันหมด ทำให้ระยะห่างระหว่างคิ้วลดลง และเกิดอาการคิ้วตกเมื่ออายุมากขึ้น 

    การฉีดโบท็อกซ์ช่วยยกคิ้วได้นะคะ เรียกว่าเป็นทางเลือกทดแทนการผ่าตัดยกคิ้วก็ว่าได้ หลักการก็คือ ฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อหลับตา กล้ามเนื้อคอร์รูเกเตอร์ ซูเปอร์ซิลิไอ และกล้ามเนื้อโปรเซอรัส ซึ่งทำหน้าที่ดึงคิ้วลง และกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อฟรอนทาลิส ซึ่งทำหน้าที่ยกคิ้วขึ้น การยกคิ้วส่วนใหญ่ต้องฉีดสี่จุดบริเวณตัวคิ้วเหนือเบ้าตา เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อแต่ละส่วนที่ความลึกสองระดับ โดยจำนวนตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณยาที่ใช้อาจแตกต่างกันในคนไข้แต่ละราย หรืออาจแตกต่างแม้กระทั้งคิ้วสองข้างของคนไข้รายเดียวกัน หมอต้องพิจารณาลักษณะคิ้วและหน้าผากโดยละเอียดก่อนฉีดทุกครั้ง

    ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการยกคิ้วคือ คิ้วสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์เพิ่มเพื่อยกคิ้วข้างที่ต่ำกว่าให้สูงขึ้น นอกจากนี้ก็มีอาการคิ้วตก และอาการหางคิ้วยกสูงผิดปกติ (Spock Effect หรือ Mephisto Look) เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณหางคิ้วทำงานผิดปกติ ทั้งหมดสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ 

เห็นไหมคะว่าแค่ฉีดโบท็อกซ์จุดเล็ก ๆ อย่างหน้าผากหรือคิ้วก็มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเยอะมาก ฉะนั้นอย่าเห็นว่าการฉีดโบท็อกซ์เป็นเรื่องง่าย ซื้อยามาฉีดเองได้ เห็นแก่ของถูก หรือหลงเคลิ้มไปตามโฆษณาชวนเชื่อนะคะ ยิ่งเป็นจุดเล็ก ๆ อย่างกล้ามเนื้อบนใบหน้า หมอโอ๋ว่ายิ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยังไงความปลอดภัยก็ต้องมาก่อน เลือกที่มั่นใจที่สุดดีกว่าค่ะ

    

    

Facial Design