อาการนอนกัดฟันและภาวะเหงื่อออกมาก



อาการนอนกัดฟันและภาวะเหงื่อออกมาก

 

    นอกจากประโยชน์ในการเสริมความงาม อย่างการรักษาริ้วรอยหรือยกกระชับส่วนต่าง ๆ แล้ว โบท็อกซ์ยังมีประโยชน์ในการรักษาอาการอื่น ๆ ได้อีกหลายอย่างเลยค่ะ วันนี้หมอโอ๋จะยกตัวอย่างให้ฟังสองอาการคือ อาการนอนกัดฟัน และภาวะเหงื่อออกมาก เชื่อว่าน่าจะเป็นปัญหากวนใจใครหลาย ๆ คนอยู่เหมือนกัน ลองไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ 

    ใครเคยได้ยินเสียงคนนอนกัดฟันบ้างคะ คงต้องบอกก่อนอย่างแรกเลยว่าอาการนอนกัดฟันเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งของร่างกาย ใครที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นแค่อาการที่สร้างความรำคาญให้คนรอบข้างเท่านั้น หมอโอ๋ย้ำเลยค่ะว่าต้องเปลี่ยนความคิดเดี๋ยวนี้ เพราะอาการนอนกัดฟันอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพช่องปาก อาการเจ็บขากรรไกร หรือขากรรไกรโตผิดปกติ เรียกว่าเป็นปัญหาทั้งด้านสุขภาพและความงามเลยก็ว่าได้

    อาการนอนกัดฟันเกิดจากการหดตัวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (Masseter) บริเวณขากรรไกรล่าง ซึ่งมีหน้าที่ยกขากรรไกรล่างขึ้นเพื่อช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร คนไข้บางรายมีอาการนอนกัดฟันเพราะความเครียดหรือสภาพจิตใจ การรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัดจึงเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด แต่คนไข้ที่มีอาการนอนกัดฟันส่วนใหญ่ มักไม่ได้มีความผิดปกติเรื่องสภาพจิตใจ แต่เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อมากกว่าค่ะ จึงสามารถรักษาได้ด้วยโบท็อกซ์ 

    หลักการรักษาก็คือ ฉีดสารโบท็อกซ์เข้าไปคลายกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ ซึ่งนอกจากจะแก้อาการนอนกัดฟันได้แล้ว ยังมีผลช่วยลดขนาดกรามทำให้ใบหน้าเรียวได้รูปขึ้นอีกด้วย หลายคนน่าจะเคยรู้จักการลดขนาดกรามด้วยโบท็อกซ์มาก่อนนะคะ การรักษาอาการนอนกัดฟันใช้วิธีคลายกล้ามเนื้อส่วนเดียวกันเลยค่ะ แต่ปริมาณยาที่ใช้และจำนวนตำแหน่งที่ฉีดคงต้องพิจารณาตามแต่กรณีและวัตถุประสงค์ในการรักษาที่แตกต่างกัน ถ้าต้องการรักษาอาการนอนกัดฟัน มักต้องฉีดโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ข้างละ 5 – 6 จุด และฉีดค่อนข้างลึก แต่ถ้าต้องการลดขนาดกราม อาจฉีดเพียงข้างละ 3 – 4 จุด โดยฉีดไม่ลึกเท่ากรณีแรกค่ะ

  ข้อควรระวังของการรักษาด้วยวิธีนี้คือ ถ้าฉีดสารโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อแมสซีเตอร์มากเกินความจำเป็น อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการบดเคี้ยวอาหารได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องการกระจายตัวของยาไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในการพูด การรับประทานอาหาร หรือแม้แต่การได้ยินด้วยค่ะ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นข่าวมาก่อนเรื่องฉีดโบท็อกซ์แล้วหูดับ สาเหตุเกิดจากตัวยากระจายเข้าไปสู่กล้ามเนื้อบริเวณหูทำให้เซลล์ประสาทหยุดทำงานนั่นเองค่ะ 

    อีกอาการที่เกริ่นไว้ข้างต้นก็คือ ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) หมอโอ๋เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการมือเปียกชื้นเพราะเหงื่อออกมาก่อน นั่นเป็นเพราะบริเวณฝ่ามือของเรามีต่อมเหงื่อมากเป็นพิเศษค่ะ เวลาตื่นเต้นจึงหลั่งเหงื่อออกมามากกว่าบริเวณอื่น เฉพาะแค่ฝ่ามืออย่างเดียว หลายคนยังรู้สึกรำคาญ ลองคิดดูนะคะว่าถ้าต้องมีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติตลอดเวลาจะเป็นยังไง เรามาลองทำความรู้จักกับอาการที่ว่ากันก่อนดีกว่าค่ะ

    ภาวะเหงื่อออกมากคือ การมีเหงื่อออกมากผิดปกติ เนื่องจากการทำงานผิดปกติของต่อมเหงื่อเอ็คไครน์ (Eccrine Sweat Gland) ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วร่างกาย ในกรณีที่คนไข้เกิดการหลั่งเหงื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ ภาษาการแพทย์เรียกว่า “ภาวะหลั่งเหงื่อมากปฐมภูมิ” (Primary Hyperhidrosis) อาการที่ว่ามักเกิดขึ้นเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ ส้นเท้า ฝ่ามือ หน้าผาก และลำคอ เนื่องจากมีปริมาณต่อมเหงื่อเอ็คไครน์มากกว่าจุดอื่น ภาวะเหงื่อออกมากถือเป็นปัญหาน่ากังวลใจไม่น้อยนะคะ เพราะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้แน่นอน ตอนนี้หลายคนที่เหงื่อออกมากคงเริ่มอยากรู้แล้วว่ามีวิธีรักษายังไงบ้าง หมอโอ๋จะขอพูดถึงเฉพาะการรรักษาด้วยโบทูลินัม ท็อกซินเท่านั้นนะคะ

 สารโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปจะช่วยยับยั้งการทำงานของใยประสาทโคลีเนอร์จิค (Cholinergic Nerve Fiber) เพื่อลดหรือยับยั้งการผลิตเหงื่อ หากต้องการรักษาบริเวณไหน ก็ฉีดเข้าบริเวณนั้น โดยเลือกจำนวนจุดที่ฉีดตามแต่ละตำแหน่งในร่างกายและความรุนแรงของอาการ ได้แก่ 10 – 50 จุดบริเวณฝ่าเท้า 10 – 30 จุดบริเวณฝ่ามือ ส่วนบริเวณรักแร้ต้องฉีดตั้งแต่ 10 จุดขึ้นไป แต่ละจุดห่างกัน 2 เซนติเมตร โดยไม่มีรูปแบบเรียงกันตายตัว 

สำหรับข้อควรระวังก็คงไม่ต่างกับการใช้สารโบท็อกซ์บริเวณอื่นเท่าไร ก็คือ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณยาที่ใช้ และความลึกในการฉีด แต่ที่เพิ่มเติมมาเป็นพิเศษคือ การฉีดโบท็อกซ์บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าอาจทำให้คนไข้เจ็บปวดมาก จึงมักต้องใช้ยาชาร่วมในการรักษาด้วยค่ะ

เห็นไหมคะว่าโบท็อกซ์ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องเสริมความงามเท่านั้น แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้รักษาอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ได้อีกหลายอย่างเลยค่ะ แต่แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรบนโลกที่มีแต่ข้อดี 100% ฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไร อย่าลืมศึกษารายละเอียดและผลข้างเคียงด้วยนะคะ อย่าคิดว่าการฉีดโบท็อกซ์เป็นแค่เรื่องผิว ๆ เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นเลยค่ะ ลำพังเฉพาะเรื่องโบท็อกซ์อย่างเดียว หมอโอ๋เขียนมาแล้ว 5 บทความ หวังว่าคนไข้ของหมอคงได้ความรู้ไปประกอบการตัดสินใจกันมากขึ้น ขอให้สวยหล่อสมใจกันทุกคนค่ะ

    

Facial Design